โคมไฟต้นรัก

posted on 12 Feb 2008 22:32 by lamp-of-love

โคมไฟต้นรัก 

รับผิดชอบโดย

 

1.นาย ณัฐกร เจริญวงศ์ ม.6/5 เลขที่7

2.น.ส. ณัฐภา มัจฉา ม.6/5 เลขที่ 18

3.น.ส.จิราวรรณ ฮวบนวม ม.6/5 เลขที่ 27

4.น.ส.ทัณฑิกา ยอดหาญ ม.6/5 เลขที 30
5. น.ส.พรสุดา ภูขมัง ม.6/5 เลขที่ 33

6. น.ส.วริศรา พูลสินากร ม.6/5 เลขที่ 35

7. น.ส.สวลี โสภณสิริ ม.6/5 เลขที่ 36 

 อาจารย์ผู้สอน  

 

  นาย ธวัฒชัย  เจริญวิเชียรฉาย

 

เป็นรายงานประกอบวิชา การงานและเทคโนโลยี ง43102

 

  ภาคเรียนที่  2    ปีการศึกษา 2550

 

ความหมายของรายงาน

posted on 12 Feb 2008 22:28 by lamp-of-love

สิ่งพิมพ์ที่เรียบเรียงขึ้นจากสารสนเทศที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า การทดลอง  การสังเกตการณ์  การสัมภาษณ์ และนำสารสนเทศดังกล่าวมาประเมิน วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้ถูกต้องตามแบบแผนที่กำหนด อาจศึกษาค้นคว้าในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยวิธีใดวิธีหนึ่งที่ผู้เรียนสนใจ หรือเป็นเรื่องที่ผู้สอนกำหนดให้ศึกษาค้นคว้า รายงานเป็นกิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งของการศึกษาในปัจจุบัน และถือเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการศึกษา การทำรายงานอาจทำเป็นรายบุคคล หรือเป็นกลุ่มก็ได้ ความยาวของรายงานขึ้นอยู่กับขอบเขตของหัวข้อรายงาน และระยะเวลาในการทำรายงาน ในกรณีที่รายงานนั้นมีระยะเวลาในการจัดทำ 1 ภาคการศึกษา จะมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ภาคนิพนธ์ (Term paper)

วัตถุประสงค์ของรายงาน

posted on 12 Feb 2008 22:22 by lamp-of-love

ในการจัดทำรายงานนี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งความรู้เพื่อช่วยในการศึกษาค้นคว้า วิธีการประดิษฐ์โคมไฟ

ประหยัดไฟแก่ผู้ที่สจใจศึกษาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมซึ่งเป็นของประดับตกแต่งบ้านเพื่อให้เกิดความสวยงาม

อีกทั้งยังช่วยให้แสงสว่างซึ่งประดิษฐ์จากสิ่งของที่เหลือใช้นำมาดัดแปลงให้เกิดของใช้ชิ้นใหม่ 

เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของ และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย

ประเภทของรายงาน

posted on 12 Feb 2008 13:18 by lamp-of-love

 


รายงานโดยทั่วๆไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่คือ

1.รายงานทั่วไปเป็นรายงานข้อเท็จจริงหรือข้อคิดของบุคคลเกี่ยวกับข่าวเหตุการณ์ต่างๆความเคลื่อนไหว

ของบุคคลสำคัญหรือสถาณการณ์อย่างหนึ่งซึ่งกำเนินไปแล้วหรือกำลังดำเนินอยู่หรือที่จะดำเนินต่อไปได้แก่

1.1) รายงานแสดงผลงาน

ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงาน ต่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้เกี่ยวข้อให้ทราบ
1.2)รายงานเหตุการณ

เป็นรายงานที่บอกให้ทราบเรื่องราวต่างๆทุกระยะถ้ามีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที

2.รายงานวิชาการเป็นรายงานที่ได้จากการศึกษาวิจัยโดยมีระเบียบวิธีการศึกษาที่เป็นระบบและมีลักษณะเป็น

วิทยาศาสตร์เนื้อหารายงานมุ่งเสนอแต่ผลที่ได้จาก การศึกษาโดยปราศจากการเสริมแต่งแบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่

2.1) รายงานการค้นคว้าทั่วไป แยกได้ 2 ชนิดดังนี้

2.1.1รายงานหมายถึงความเรียงทางวิชาการเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งซึ่งเป็นผลมาจากการรวบรวมข้อมูลจากแหล่ง

ต่างๆหรือเป็นผลจากการศึกษาค้นคว้าจากการหาความรู้ใหม่เพื่อปรับปรุงพิสูจน์ความรู้เดิมโดยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือ

หลายวิธีทั้งนี้เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้และนำข้อมูลที่ค้นคว้าได้มาประกอบเข้ากับความคิดของตนแล้ว

เรียบเรียงขึ้นใหม่โดยนำมาเขียนหรือพิมพ์ให้ถูกต้องตามแบบแผนการทำรายงานอาจทำเป็นบุคคลหรือกลุ่มก็ได้

ความยาวของรายงานขึ้นอยู่กับขอบเขตของหัวข้อรายงานและการตกลงกันระหว่างผู้ทำรายงานและผู้สอนวิชานั้น


2.1.2ภาคนิพนธ์มีลักษณะเช่นเดียวกับรายงานแต่หัวข้อที่กำหนดภาคนิพนธมักจะมีขอบเขตกว้างขวางและลึกซึ้งกว่า

 

หัวข้อรายงานซึ่งต้องการเวลาค้นคว้ามากกว่ามีความยาวของเรื่องที่เขียนยาวกว่ารายงานและมีกำหนดเวลาประมาณหนึ่ง
ภาคเรียน

 

2.2) รายงานการค้นคว้าวิจัย แยกได้ 2 ชนิดดังนี้

2.2.1การวิจัยทั่วไป หมายถึง กระบวนเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ๆหรือกระบวนการเสาะแสวงหาความรู้เพื่อตอบปัญหาที่มีอยู่อย่างมีระบบและมีวัตถุประสงค์ที่ี่แน่นอน โดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

2.2.2วิทยานิพนธ์หรือปริญญานิพนธ์ป็นรายงานผลการวิจัยอันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญามหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิตหัวข้อในการทำปริญญานิพนธ์จะ
มีลักษณะเข้มงวดแตกต่างไปจากรายงาน และภาคนิพนธ์ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ เช่น ต้องเป็นหัวข้อที่แสดงความริเริ่ม จะต้องมีขอบเขตกว้างขวางลึกซึ้ง



edit @ 12 Feb 2008 14:11:35 by bobbibrown

ส่วนประกอบของรายงาน

posted on 12 Feb 2008 12:33 by lamp-of-love
- ส่วนต้นของรายงาน เป็นส่วนที่อยู่ต้นเล่มของรายงานก่อนถึงเนื้อเรื่อง ประกอบด้วย

1. หน้าปกนอก หมายถึงสิ่งที่เป็นหน้าแรกของรายงานมีรายละเอียด คือ
- ชื่อเรื่องของรายงาน
- ชื่อและนามสกุลของผู้เขียน


2. หน้าปกใน หมายถึงหน้าที่ถัดจากหน้าปกนอกมีรายละเอียด 3 ส่วนคือ

-ส่วนบน เป็้นชื่อของรายงาน
-ส่วนกลาง เป็นชื่อและนามสกุลของผู้เขียนรายงาน
-ส่วนล่าง เป็นรายละเอียดว่าเป็นรายงานประกอบการศึกษารายวิชาใด ภาควิชาใด คณะใดมหาวิทยาลัยใด
รวมทั้งภาคการศึกษาและปีการศึกษาด้วย
3. คำนำ
หมายถึงส่วนที่อยู่ถัดจากปกในผู้เขียนอาจเขียนโดยกล่าวถึงวัตถุประสงค์และขอบเขตของ
รายงาน และมีคำขอบคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ(ถ้ามี)ตอนท้ายสุดให้ลงชื่อผู้เขียนรายงาน
และวันเดือนปีที่เขียน
4.สารบัญ
หมายถึงส่วนที่อยู่ถัดจากหน้าคำนำข้อความในสารบัญจะเริ่มต้นจากคำนำและบอกหัวข้อสำคัญของรายงานเรียงตาม
ลำดับเรื่องที่เขียนพร้อมทั้งบอกเลขหน้าของแต่ละหัวข้อนั้นๆเพี่อบอกให้ทราบว่าหัวข้อนั้นๆ อยู่หน้าใด
-ส่วนกลาง 1.ส่วนเนื้อเรื่องอยู่ต่อจากส่วนนำเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดเพราะครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดของรายงานตามโครง
เรื่องที่กำหนดไว้เรียบเรียงลำดับเนื้อหา ตามโครงเรื่องที่กำหนดไว้ อาจจัดทำเป็นบท แต่ถ้ามีเนื้อหาไม่มาก อาจเพียงแต่แบ่ง
ตามหัวข้อสำคัญในเนื้อเรื่อง ถ้าเขียนโดยอ้างความคิด หรือข้อความของผู้อื่น จะต้อง อ้างอิงเอกสาร ซึ่งอาจจัดทำเป็น
การอ้างอิงระบบชื่อ-ปี (Name-Year system)

 


- ส่วนท้าย
1.ส่วนรายการเอกสารอ้างอิง(Reference)/บรรณานุกรม(Bibliography)เป็นส่วนที่แสดงรายชื่อหนังสือเอกสารและแหล่งข้อมูลต่างๆ

ที่ผู้เขียนรายงานใช้ค้นคว้าและนำมาอ้างอิง

 

 

วิธีการเขียนบรรณานุกรมหรือเอกสารอ้างอิง

รายละเอียดของรายการ ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนคือ

1.) ส่วนที่เป็นชื่อผู้แต่งได้แก่ ผู้รับผิดชอบในการเขียนหรือผลิตสิ่งพิมพ์นั้น

2.)ส่วนที่เป็นชื่อเรื่องได้แก่ชื่อหนังสือชื่อบทความชื่อวารสารและชื่อ

ของสิ่งพิมพ์ที่ผู้เขียนนำมาค้นคว้าอ้างอิง

3.) ส่วนที่เป็นการพิมพ์ ได้แก่ ครั้งที่พิมพ์ สถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์และปีพิมพ์ของหนังสือหรือ
รายละเอียดเกี่ยวกับการพิมพ์ของสิ่งพิมพ์แต่ละประเภทนั้น

 

 


การเรียงลำดับข้อมูลจากการอ้างอิง


1. หนังสือ ประกอบด้วย ชื่อผู้แต่ง, (ปีพิมพ์) , ชื่อเรื่อง, สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์.
2.บทความจากวารสารประกอบด้วยชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีพิมพ์ของวารสาร). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร ปีที่ (ฉบับที่), เลขหน้า.
3.อินเทอร์เน็ตประกอบด้วยชื่อผู้เขียน.(ปีพิมพ์).ชื่อเรื่อง. ค้นข้อมูลวัน เดือน ปี, จาก ชื่อแหล่งบนอินเตอร์เน็ต.
4. การสัมภาษณ์ ประกอบด้วย ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์. วันเดือนปีที่สัมภาษณ์. สัมภาษณ์. ตำแหน่ง.
5.บทความจากสารานุกรมประกอบด้วยชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีพิมพ์ของสารานุกรม).ชื่อบทความ.ในชื่อสารานุกรมเล่มที่: (หน้า).

สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์.
6. บทความในหนังสือ ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีพิมพ์ของหนังสือ). ชื่อบทความ. ใน ชื่อผู้รวบรวม หรือบรรณาธิการ,
ชื่อหนังสือ (ครั้งที่พิมพ์, หน้า). สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์.
7. บทคัดย่อจากบทความวารสาร ในฐานข้อมูล CD-Rom ประกอบด้วยชื่อผู้เขียนบทความ.(ปีพิมพ์).ชื่อบทความ.ชื่อวารสาร.ปีที่พิมพ์(ฉบับที่):เลขหน้า.
(จาก ชื่อฐานข้อมูลซีดีรอม, หมายเลขบทคัดย่อ ).
8. วิทยานิพนธ์ ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียน. (ปีพิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์. วิทยานิพนธ์ปริญญา. . . สาขาวิชา. . . คณะ. . . สถาบัน……
9. หนังสือพิมพ์ ประกอบด้วย ชื่อผู้เขียนบทความ. (ปีพิมพ์, วัน เดือน). ชื่อบทความ. ชื่อหนังสือพิมพ์, หน้า.
10. เอกสารที่ไม่ได้ตีพิมพ์ ประกอบด้วย ชื่อผู้แต่ง. (ปีพิมพ์). ชื่อเอกสาร. สถานที่พิมพ์ : สำนักพิมพ์. ( เอกสารอัดสำเนา)

 

edit @ 12 Feb 2008 14:05:23 by bobbibrown

edit @ 12 Feb 2008 14:06:50 by bobbibrown

บรรณาุนุึกรม

posted on 12 Feb 2008 12:25 by lamp-of-love

ภาคผนวก

posted on 12 Feb 2008 12:04 by lamp-of-love

 

ประวัติผู้ทำโครงงาน

1. นาย ณัฐกร เจริฐวงศ์ (ปาล์ม) ม.6/5 เลขที่ 7

 

 

2. น.ส. ณัฐภา  มัจฉา (บิ๋ม) ม.6/5 เลขที่ 18

 

 

3. น.ส. จิราวรรณ  ฮวบนวม (มิ้งค์) ม.6/5 เลขที่ 27

 

4. น.ส.ทัณฑิกา  ยอดหาญ (แนน) ม.6/5 เลขที่ 30 

 

5. น.ส.พรสุดา  ภูขมัง (แม๋ว) ม.6/5 เลขที่ 33

 

6. น.ส. วริศรา  พูลสินากร (กัส) ม.6/5 เลขที่ 35

 

7.น.ส. สวลี โสภณสิริ  (พลอย) ม.6/5 เลขที่ 36

 

แบบเสนอโครงงาน

posted on 12 Feb 2008 11:53 by lamp-of-love

ชื่อโครงงาน โคมไฟต้นรัก

ประเภทผลงาน อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ชื่อผู้ทำโครงงาน

1. นาย ณัฐกร เจริญวงศ์ ม.6/5 เลขที่ 7

2. น.ส. ณัฐภา มัจฉา ม.6/5 เลขที่ 18

3.น.ส. จิราวรรณ ฮวบนวม ม.6/5 เลขที่ 27

4.น.ส.ทัณฑิกา ยอดหาญ ม.6/5 เลขที่ 30

5.น.ส. พรสุดา ภูขมัง ม.6/5 เลขที่ 33

6.น.ส. วริศรา พูลสินากร ม.6/5 เลขที่ 35

7.น.ส. สวลี โสภณสิริ ม.6/5 เลขที่ 36

ชื่อที่ปรึกษาโครงงาน

1.อ.ธวัชชัย เจริฐวิเชียรฉาย

2.อ.ปราโมทย์  กรีโรจนีย์


ที่มา/ปัญหา/ความต้องการของโครงงานปัญหา
โครงงานชิ้นนี้ถูกประดิษฐ์ขึ้นเพื่อแก้ปัญในด้านการให้แสงสว่าง ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้นั้นการช่วยกันประหยัดทรัพยากรโลกนั้น

ถือเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งและเป็นวิธีที่ง่ายและทุกๆคนควรที่จะช่วยกันประหยัด

ซึ่งโครงงานนี้นั้นเป็นการประหยัดอีกวิธีหนึ่งเมื่อต้องการใช้งานใช้แสงสว่างที่ไม่มาก

จนเกินไป ก็ควรหันมาใช้โคมไฟแทนเพื่อเป็นการประหยัดจากแทนที่จะไปใช้หลอดไฟดวงใหญ่ๆ

 


คุณสมบัติ/ลักษณะเฉพาะของผลงาน

โคมต้นรักนี้นอกจากเป็นโคมไฟที่ให้แสงสว่างธรรมดาๆแล้ว ยังสามารถตั้งโชว์และมอบเป็นของขวัญให้แก่คนที่คุณรักได้อีกด้วย


เอกสาร/ทฤษฎี แหล่งเรียนรู้รูปแบบและขนาดของผลงาน

 http://images.diaryis.com/k/koiko/20061004.04-3.jpg

วัสดุ อุปกรณ์ และงบประมาณที่ใช้ 

 วัสดุอุปกรณ์

1. โครงลวด

2. กระถางพลาสติก

3. ลูกโป่งรูปหัวใจ

4. ด้ายเส้นเล็ก สีแดง

5. สายไฟคริสมาสต์

6. กาว

งบประมาณที่ใช้ :  200

 วิธีการและขั้นตอนการทำงาน

1. นำดินน้ำมันมายัดใส่ในกระถาง เพื่อเป็นที่ยึดสำหรับโครงเหล็ก

2.  นำลวดมาดัดให้เป็นรูปหัวใจ

3. นำสายไฟคริสมาสต์มาพันเข้ากับโครลวดที่ดัดไว้เป็นรูปหัวใจ

4.นำโครงลวดที่ถูกสายไฟพันแล้วมาใส่ในกระถางโดยให้ดินน้ำมันกลบไว้

5.เป่าลูกโป่งขนาดพอเหมาะและนำด้ายที่เตรียมไว้มาพันรอบลูกโป่่ง

โดยใช้กาวโดยเว้นช่วงปากลูกโป่งไว้เพราต้องนำมาครอบใส่กับโครงลวด

ข้อควรระวัง:ไม่ควรที่จะเทกาวราดไปบนลูกโป่งเพราะจะทำให้ลูกโป่งแตก

6. เมื่อพันเสร็จแล้ว พักไว้รอให้แห้ง และแข็งตัว

7.เมื่อแห้งแล้ว ปล่อยลมลูกโป่ง และนำมาครอบใส่บนโครงลวด

 

ประโยชน์และคุณค่าของผลงาน

1.เป็นการประยุกต์ชิ้นงานเก่าให้เกิดประโยชน์ในการใช้สอยมากขึ้น

2. เป็นการประหยัดพื้นที่ในการใช้งาน

3. สามารถนำมาประดับตกแต่งห้องทำให้เกิดความสวยงาม

4. เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

 

 

 

 

 


 

 

edit @ 12 Feb 2008 23:52:59 by bobbibrown